| ราชบัณฑิตยสถานเป็นหน่วยงานที่แยกมาจากราชบัณฑิตยสภาเดิม
ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานทั้งทางวิชาการ
และปฏิบัติการในด้านหนังสือตำราวรรณคดี โบราณคดีและประณีตศิลป์
ต่อมาหลังจากที่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง
เป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ
วันที่ ๒๔ มิถุนายน
พ.ศ. ๒๔๗๕ รัฐบาลได้เห็นว่า การจะทำนุบำรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้าตามแบบอารยประเทศได้
ประเทศไทยจะต้องมีผู้ทรงความรู้ทัดเทียมกับประเทศที่มีความเจริญทางวิชาการ
และจะต้องมีสถาบันที่เป็นแหล่งรวมนักวิชาการสาขาต่าง ๆ
เพื่อจะได้ติดต่อแลกเปลี่ยนความรู้กับองค์การปราชญ์ของนานาประเทศแล้วทำการค้นคว้า
วิจัย จัดทำเป็นตำราออกเผยแพร่สู่ประชาชนและนักศึกษา
รัฐบาลจึงได้ยกเลิกราชบัณฑิตยสภา
แล้วตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่
๒ หน่วยงาน คือ ราชบัณฑิตยสถาน
และ กรมศิลปากร ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติให้ความเห็นชอบ
ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยราชบัณฑิตยสถานให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้
เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๖
ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาราชบัณฑิตยสถาน ราชบัณฑิตยสถานในสมัยนั้นมีฐานะเป็นนิติบุคคล
ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามสมควรและให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ
ใน พ.ศ. ๒๔๘๕
สภาผู้แทนราษฎรได้ตราพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๔๘๕
ขึ้นใช้แทน
พระราชบัญญัติฉบับ พ.ศ. ๒๔๗๖ โดยกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกราชบัณฑิตก่อนนำความกราบบังคมทูล
และฐานะของราชบัณฑิตยสถานเปลี่ยนไปเป็นทบวงการเมือง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี
ต่อมามีการตราพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๗
แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับ
พ.ศ. ๒๔๘๕ ในบางมาตรา โดยให้ที่ประชุมราชบัณฑิตเป็นผู้เลือกภาคีสมาชิก
แล้วเสนอนายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิต
และฐานะของราชบัณฑิตยสถานเปลี่ยนเป็นหน่วยงานอิสระขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
(ฉบับที่ ๖) พุทธศักราช ๒๔๘๕
ใน พ.ศ. ๒๔๙๕ ราชบัณฑิตยสถานยังคงเป็นหน่วยงานอิสระ
แต่เปลี่ยนมาขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
พ.ศ. ๒๕๐๑ ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๑๕ มีสถานภาพเป็นส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
กระทรวง หรือทบวง มีฐานะเป็นกรม และอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้มีพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยยกเลิกพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๔๘๕ และฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๘๗
พระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับกฤษฎีกา
เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๑๐๔ ก เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.
๒๕๔๔ และใช้มาจนถึงทุกวันนี้ |